ข้อสอบตัวแทนประกันชีวิตจำนวน 50 ข้อ ชุดที่ 1


1) การประกันภัยชีวิต หมายถึงอะไร
a) วิธีการทดแทนการสูญเสียรายได้อันเนื่องจากการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ
b) วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดภัยขึ้น
c) วิธีการลดภัยที่จะเกิดแก่ชีวิต
d) วิธีการชดใช้ความสูญเสียอันเนื่องจากการว่างงาน

2) ความหมายของการประกันชีวิตคือข้อใด

a) วิธีการร่วมกันป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
b) วิธีการร่วมกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องจากการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ และทุพพลภาพ
c) วิธีการขจัดภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
d) วิธีการร่วมกันเฉลี่ยภัยอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

3)ข้อใดคือความหมายของการประกันชีวิต
a) วิธีการที่คนกลุ่มหนึ่งร่วมกันป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
b) วิธีการที่คนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเพื่อช่วยกันเฉลี่ยภัยจากการเสียชีวิตสูญเสียอวัยวะและทุพพลภาพ
c) วิธีการที่คนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันขึ้นเพื่อช่วยกันเฉลี่ยภัยทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
d) วิธีการที่คนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเพื่อลดความเสี่ยงภัยที่จะเกิดขึ้น

4) ประโยชน์ของการประกันชีวิตคือ
a) ช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
b) เป็นหลักประกันให้แก่ครอบครัว
c) ช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้ธุรกิจต้องประสบปัญหาในการดำเนินงาน
d) ถูกทุกข้อ

5)การประกันชีวิตมีประโยชน์ต่อสังคม
a) เป็นหลักประกันให้ครอบครัว
b) ช่วยลดภาวะทางสังคมของรัฐบาล
c) ช่วยสะสมทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ
d) ถูกทุกข้อ

6)ข้อใดเป็นประโยชน์ของการประกันชีวิตที่มีต่อครอบครัว
a) เพื่อการศึกษาของบุตร
b) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของคู่ชีวิตที่เป็นหม้าย
c) เพื่อเป็นรายได้ในยามเดือดร้อน
d) ถูกทุกข้อ

7) ข้อดีของการประกันชีวิตที่มีต่อระบบเศรษฐกิจคือ
a) ช่วยสะสมทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ
b) ช่วยให้เกิดการประหยัดและออม
c) เป็นแหล่งระดมเงินออมระยะยาว
d) ถูกทุกข้อ

8)ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของการเสี่ยงภัย ในแง่ของการประกันชีวิต
a) ความเป็นไปได้ที่จะประสบอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิต
b) โอกาสที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรเนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บ
c) ความเป็นไปได้ที่ทุกคนจะประสบกับการสูญเสียรายได้ในอนาคต
d) ถูกทั้งข้อ ก และ ข

9)บริษัทประกันชีวิตใช้วิธีการใดในการกระจายความเสี่ยงภัยจากการรับประกันชีวิต
a) เรียกเก็บเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันเพิ่มขึ้น
b) รับประกันชีวิตเป็นจำนวนน้อยเพื่อจะได้ลดความเสี่ยงภัยจากการรับประกันชีวิต
c) รับประกันชีวิตเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้เฉลี่ยภัยที่จะเกิดขึ้นจากการรับประกันชีวิต
d) รับประกันชีวิตเป็นจำนวนน้อยและเก็บเบี้ยประกันภัยสูง
10) บริษัทประกันชีวิต ก. กับบริษัทประกันชีวิต ข. ต่างก็รับประกันชีวิตและมีหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการคัดเลือกผู้เอาประกันภัยเหมือนกัน แต่บริษัทประกันชีวิต ก. มีจำนวนผู้เอาประกันภัยมากกว่าบริษัทประกันชีวิต ข. จงพิจารณาว่าข้อใดถูกต้อง
a) บริษัทประกันชีวิต ก. และบริษัทประกันชีวิต ข. จะมีการเฉลี่ยการเสี่ยงภัยที่เกิดจากการรับประกันชีวิตเท่ากัน เพราะมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกภัยเหมือนกัน
b) บริษัทประกันชีวิต ข. จะมีความมั่นคงมากกว่าบริษัทประกันชีวิต ก. เพราะมีการเสี่ยงภัยน้อยกว่า
c) บริษัทประกันชีวิต ก.. จะมีความมั่นคงมากกว่าบริษัท ข. เพราะมีจำนวนพนักงานมากว่า
d) บริษัทประกันชีวิต ก. จะมีการเฉลี่ยการเสี่ยงภัยที่เกิดขึ้นจากการรับประกันชีวิตมากกว่าบริษัทประกันชีวิต ข. เพราะมีจำนวนผู้เอาประกันภัยมากกว่า
11)การประกันชีวิตในประเทศไทยแบ่งเป็นกี่ประเภท
a) 2 ประเภท
b) 3 ประเภท
c) 4 ประเภท
d) 5 ประเภท

12)ประเภทของการประกันชีวิตแบ่งเป็น
a) สามัญ อุตสาหกรรม กลุ่ม
b) มีเงินปันผล ไม่มีเงินปันผล
c) ตลอดชีพ สะสมทรัพย์ ชั่วระยะเวลา
d) ประเภทรายได้ประจำ ประเภทเงินรายปี ประเภทรายได้ครึ่งปี

13)การประกันชีวิตที่เหมาะกับผู้มีรายได้ระดับปานกลางขึ้นไป คือการประกันชีวิตประเภทใด
a) กลุ่ม
b) อุตสาหกรรม
c) สามัญ
d) มวลชล

14)ข้อต่อไปนี้ข้อใดเป็นลักษณะของการประกันชีวิตประเภทสามัญ
a) การประกันชีวิตรายบุคคล มีระยะเวลารอคอย และระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย
b) ชำระเบี้ยประกันภัยรายเดือน รับประกันชีวิตเป็นกลุ่ม จำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำ
c) การประกันชีวิตรายบุคคล จำนวนเงินเอาประกันภัยสูง ไม่ตรวจสุขภาพ มีระยะเวลารอคอย
d) เป็นการประกันชีวิตรายบุคคล จำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง และมีการตรวจสุขภาพ

15)นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิต ได้แนะนำให้นาย ข. ทำประกันชีวิตทั้ง ๆ ที่ทราบว่านาย ข. เป็นโรคมะเร็งโดยบอกแ่นาย ข. ว่า ถ้าบริษัทไม่บอกเลิกสัญญาภายใน 2 ปี นาย ข. จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัยเมื่อเสียชีวิต แต่หากบรษัทสืบทราบว่านาย ข. เป็นโรคมะเร็งมาก่อน นาย ข. ก็จะได้รับเบี้ยประกันภัย ถามว่านาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดีหรือไม่
a) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ไม่ดี เพราะการแนะนำเช่นนั้น เป็นการไม่ซื่อสัตย์ต่อบริษัท
b) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดี ที่พยายามช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
c) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวินที่ดี เพราะพยายามช่วยเหลือนาย ข. และไม่ได้ปกปิดความจริง
d) นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ดี เพราะซื่อสัตย์ต่อบริษัท

16)นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตได้ขายประกันชีวิตให้นาง ข. และนาง ข. ตกลงทำประกันชีวิต จึงได้กรอกรายละเอียดในใบคำชอเอาประกันชีวิต พอนาย ก. กลับบ้านจึงไปตรวจความเรียบร้อยในใบคำขอนั้นปรากฎว่านาง ข. ลืมลงชื่อในใบคำขอเอาประกันชีวิต นาย ก. จึงตัดสินใจลงชื่อแทน เพื่อยื่นใบคำขอทำประกันชีวิตในวันรุ่งขึ้น ถามว่า นาย ก. สามารถลงชื่อแทน นาง ข. ได้หรือไม่
a) นาย ก. สามารถลงชื่อแทนนาง ข. ได้เพื่อรักษาผลประโยชน์ผู้เอาประกันภัย
b) นาย ก. สามารถลงชื่อแทนนาง ข. ได้ เพราะผู้เอาประกันตกลงทำประกันชีวิตแล้ว
c) นาย ก. ไม่สามารถลงชื่อแทนนาง ข. ได้ นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังผิดจรรยาบรรณตัวแทนประกันชีวิต
d) นาย กง ไม่สามารถลงชื่อแทนนาง ข. ได้ เพราะผิดจรรยาบรรณตัวแทนประกันชีวิต แต่ไม่ผิดกฎกมาย

17)นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ได้ขายประกันชีวิตให้กับนาง ข. โดยได้บอกกับนาง ข. ว่าต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี ปีละ 6,000 บาท แต่เมื่อนาง ข. ได้รับใบเสร็จรับเงินเป็นจำนวน 12 ใบ ( ใบเสร็จ 1 ใบ ต่อเบี้ยประกันภัย 1 เดือน ) นาง ข. จึงหยิบกรมธรรม์มาอ่านดูในกรมธรรม์ระบุจ่ายเบี้ยประกันภัยเดือนละ 500 บาท โดยต้องจ่ายภายในวันที่ 1 ของทุกเดือน ท่านคิดว่านาย ก. ทำผิดจรรยาบรรณหรือไม่

a) ไม่ผิด เพราะถึงอย่างไรนาง ข. ก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัย 6,000 บาทต่อปี
b) ผิด เพราะนาย ก. ไม่มีความซื่อสัตย์ต่อผู้เอาประกันภัย
c) ไม่ผิด เพราะนาง ข. ยินดีจ่ายเงินให้นาย ก. ก่อนเพื่อว่านาย ก. จะได้ไม่ต้องมาเก็บเงินทุกเดือน
d) ผิด เพราะนาย ก. ไม่มีความซื่อสัตย์ต่อบริษัทประกันชีวิต

18)นาง ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตบริษัท หนึ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงมานาน ทำให้หาลูกค้าได้ง่ายแต่บริษัทนี้ขายกรมธรรม์แบบที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยสูงกว่าบริษัท สอง จำกัด นาง ก. ต้องการเป็นตัวแทนประกันชีวิตบริษัท สอง จำกัด ด้วย เนื่องจากมีแบบการประกันภัยที่จ่ายเบี้ยประกันภัยน้อยกว่าบริษัท หนึ่ง จำกัด และนาง ก. ทราบดีว่าบริษัท หนึ่ง จำกัด คงไม่ยินยอมให้เป็นตัวแทนประกันชีวิตบริษัท สอง จำกัดด้วย ดังนั้นจึงชักชวนให้น้องสาวมาสมัครเป็นตัวแทนประกันชีวิตบริษัท สอง จำกัด โดยนาง ก. เป็นผู้ขายประกันชีวิตแทนน้องสาว นาง ก. จะพิจารณาว่าลูกค้ารายใดควรจะทำประกันชีวิตกับบริษัท หนึ่ง จำกัด หรือ บริษัท สอง จำกัด การกระทำของนาง ก. ถูกหรือผิดจรรยาบรรณผู้ประกอบอาชีพตัวแทนประกันชีวิต
a) ผิด เพราะขาดความซื่อสัตย์ต่อบริษัทประกันชีวิต
b) ผิด เพราะไม่แจ้งแก่ลูกค้าว่าเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทใด
c) ถูก เพราะเป็นการตั้งใจให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า เพื่อรักษาผลประโยชน์ของลูกค้า
d) ผิด เพราะขาดความซื่อสัตย์ต่อบริษัทและผู้เอาประกันภัย

19)ตัวแทนประกันชีวิตจะต้องมีจรรยาบรรณในการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิตดังนี้
a) มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อผู้เอาประกันภัย บริษัท และเพื่อนร่วมอาชีพ
b) ให้บริการที่ดีอย่างสม่ำเสมอ และชี้แจงให้ผู้เอาประกันภัยทราบถึงสิทธิและหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย
c) ไม่เสนอแนะผู้เอาประกันภัยให้ทำสัญญาประกันชีวิตเกินความสามารถในการชำระเบี้ยประกันชีวิตหรือเสนอขายนอกเหนือเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันชีวิต
d) ถูกทั้งข้อ ก.ข. และ ค.

20)"นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตบรษัทแห่งหนึ่งประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยชักชวนให้เพื่อนชื่อ นาย ข. ซึ่งกำลังตกงานเนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำ มาช่วยขายประกันชีวิตให้ตน โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้านาย ข. หาลูกค้าได้ 1 ราย ตนจะจ่ายเงินให้ 1,500 บาท หลังจากที่ นาย ข. หาลูกค้าได้ 2-3 ราย ก็เกิดความคิดว่า ถ้าตนเป็นตัวแทนประกันชีวิตก็คงจะได้รับผลตอบแทนมากกว่านี้ จึงสอบเข้าเป็นตัวแทนประกันชีวิตบริษัทเดียวกับนาย ก. โดยไม่ได้บอกให้นาย ก. รู้ เมื่อนาย ก. มีลูกค้าประสงค์จะทำประกันชีวิต นาย ก. ก็ให้ นาย ข. ไปช่วยอธิบายเรื่องการทำประกันชีวิตให้ลูกค้า และเมื่อลูกค้าตกลงทำประกันชีวิต นาย ข. จะให้ลูกค้ากรอกใบคำขอทำประกันชีวิตเป็นลูกค้าของตน และกลับมา บอกนาย กง ว่า ลูกค้าไม่ยอมทำประกันชีวิตแล้ว" ท่านคิดว่าการกระทำของนาย ข. ผิดจรรยาบรรณหรือไม่
a) ผิด เพราะ นาย ข. ไม่ซื่อสัตย์ต่อเพื่อนร่วมงาน
b) ผิด เพราะ นาย ข. ไม่ซื่อสัตย์ต่อผู้เอาประกันภัย
c) ไม่ผิด เพราะนาย ข. ไม่จำเป็นต้องบอกใคร ๆ ว่าตนเป็นตัวแทนประกันชีวิต
d) ไม่ผิด เพราะผู้เอาประกันภัยตกลงทำประกันชีวิตกับนาย ข. เอง

21)นาย ก. เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทแห่งหนึ่ง ได้ชักชวน นางสาว ข. ทำประกันชีวิต และเมื่อนางสาว ข. ตกลงทำประกันชีวิตและจ่ายเบี้ยประกันภัยงวดแรกไปแล้ว ปรากฎว่า นาย ก. ไม่ได้นำใบคำขอเอาประกันชีวิต และเบี้ยประกันภัยงวดแรกของนางสาว ข. ส่งบริษัทเพื่ออกกรมธรรม์ กลับนำเงินไปใช้เองก่อน เมื่อ นางสาว ข. ทวงถามกรมธรรม์ประกันภัย นาย ก. จึงบอกว่า บริษัทกำลังดำเนินการอยู่ให้คอยไปอีกระยะหนึ่งก่อน ไม่ต้องเป็นห่วงไม่มีปัญหาอะไร ท่านคิดว่า นาย ก. ทำผิดจรรยาบรรณหรือไม่
a) ไม่ผิด เพราะอย่างไรเสีย นางสาว ข. ก้ได้กรมธรรม์อยู่ดีแม้จะช้าไปบ้าง
b) ผิด เพราะ นาย ก. ไม่มีความขยันในการให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัย
c) ผิด เพราะ นาย กง ไม่มีความซื่อสัตย์ต่อผู้เอาประกันภัย และบริษัทประกันชีวิต
d) ไม่ผิด เพราะนางสาว ข. ไม่ได้เสียประโยชน์
22) นาย ก. ตกลงทำประกันชีวิต และได้ชำระเบี้ยประกันภัยผ่าน นาย ข. ซึ่งเป็นตัวแทนประกันชีวิต นาย ข. เห็นว่า การชำระเบี้ยประกันภัยมีระยะเวลาผ่อนผัน 30 วัน จึงนำเงินนั้นไปใช้ส่วนตัว และนำส่งบริษัทภายหลัง โดยไม่เกินระยะเวลาผ่อนผันนั้น ท่านคิดว่าการกระทำของ นาย ข. ถูกหรือไม่

a) ถูก เนื่องจากไม่เกิดผลเสียต่อ นาย ก. และบริษัท
b) ผิด เนื่องจาก นาย ข. ไม่ซื่อสัตย์ต่อ นาย ก. และบริษัท
c) ผิดเนื่องจาก นาย ข. ควรบอกกล่าว นาย ก. ก่อน
d) ไม่มีข้อถูก

23)การประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาเป็นการประกันชีวิตที่บริษัทจัดจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้เมื่อ
a) ผู้เอาประกันภัยถึงแก่กรรม ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
b) ผู้เอาประกันภัยเกิดทุพพลภาพ
c) ผู้เอาประกันภัยถึงแก่กรรม หรือทรงชีพอยู่ เมื่อกรมธรรม์ประกันภัยสิ้นสุดลง
d) ผู้เอาประกันภัยทรงชีพอยู่เมื่อกรมธรรม์ประกันภัยสิ้นสุดลง

24)เมื่อผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้ว 3 ปี ไม่ประสงค์จะชำระเบี้ยประกันภัยอีก ยังต่อการคุ้มครองจากการประกันชีวิตอยู่ ท่านซึ่งเป็นตัวแทนประกันชีวิตควรจะแนะนำให้ผู้เอาประกันภัย เลือกมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัย อย่างใด
a) มูลค่าประกันภัย
b) มูลค่าใช้เงินสำเร็จ
c) มูลค่าเวนคืนเงินสด
d) มูลค่าเวนคืนเงินสด

25)นายอนุได้ทำประกันชีวิตไว้จำนวนเงินเอาประกันภัย 5,000,000 บาท วันที่สัญญาเริ่มบังคับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2540 ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2541 นายอนุไปตรวจร่างกายพบว่าตนเป็นมะเร็งและเสียชีวิต ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2541 นายอนุถึงแก่ความตายและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง บริษัทจะปฏิเสธไม่จ่ายเงินเอาประกันภัยแก่ผู้รับผลประโยชน์ได้หรือไม่
a) ได้ เพราะนายอนุชำระเบี้ยยังไม่ถึง 3 ปี
b) ไม่ได้ เพราะนายอนุเสียชีวิตเมื่อกรมธรรม์ยังไม่พ้นระยะเวลา 2 ปี
c) ไม่ได้ เพราะนายอนุเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งซึ่งตนมิได้มีเจตนาปกปิดความจริง
d) ได้ เพราะนายอนุเสียชีวิตด้วยโรคที่มิได้รับความาคุ้มครองกรมธรรม์

26)นายนิด ทำประกันภัยมาแล้ว 4 ปี และกรมธรรม์ยังมีผลบังคับอยู่ ดังนี้นนายนิดมีสิทธิ
a) เวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อขอรับค่าเวนคืนเงินสด
b) กู้เงินจากบริษัทได้เต็มจำนวนเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
c) บอกเลิกสัญญาและขอรับเบี้ยประกันภัยคืนทั้งหมดได้
d) ขอแปลงกรมธรรม์เป็นแบบอื่นได้ โดยมีวงเงินเอาประกันภัยมากขึ้นกว่าเดิม

27)นายวิทย์ ทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ไว้ในวงเงิน 100,000 บาท และขอสัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุแนบท้าย เมื่อครบกำหนดตามสัญญา นายวิทย์ยังมีชีวิตอยู่ บริษัทต้องให้ความคุ้มครองอย่างไรต่อไป
a) คุ้มครองให้นายวิทย์ต่อไปในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
b) จ่ายเงินเอาประกันภัยเต็มจำนวน
c) ไม่ต้องจ่ายเงินใด ๆ เลย
d) คืนเบี้ยประกันภัยทั้งหมด

28)นาย ก. ทำประกันชีวิตไว้ 100,000 บาท โดยซื้อความคุ้มครองอุบัติเหตุรวมอยู่ด้วย ปรากฎว่า นาย ก. มีโรคหัวใจรุนแรง ญาตินำส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างทางไปโรงพยาบาลเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน คนในรถนาย ก. เสียชีวิตทั้งหมดรวมทั้งนาย ก. บริษัทต้องรับผิดชอบอย่างไรหรือไม่เพราะเหตุใด
a) บอกล้างสัญญาไม่ได้ เพราะสัญญาประกันชีวิตต้องให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเสมอ
b) บอกล้างได้ แต่ต้องจ่ายเงินเอาประกันภัยสำหรับสัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุ
c) บอกล้างได้ทั้งหมด รวมทั้งอุบัติเหตุ
d) ไม่ถูกทุกข้อ

29)นายจันทร์ ทำประกันชีวิตไว้กับบริษัทหนึ่ง ชำระเบี้ยเป็นรายปี นายจันทร์จะขอชำระเบี้ยประกันภัยต่ำกว่าอัตราเบี้ยที่กำหนดไว้รายปี ดังกล่าว โดยให้บริาัทยินยอม
a) ได้ โดยให้ผู้มีอำนาจบริษัทยินยอม
b) ได้ โดยแจ้งบริษัทสาขายินยอมก้เพียงพอ
c) ไม่ได้
d) ไม่ถูกทุกข้อ

30)บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์กรณีผู้เอาประกันภัยทำอัตตวินบาตด้วยใจสมัตรภายในเวลาเท่าไร
a) กรมธรรม์ประเภทสามัญ 2 ปี ประเภทอุตสาหกรรม 1 ปี
b) กรมธรรม์ประเภทตรวจสุขภาพ 2 ปี ประเภทไม่ตรวจสุขภาพ 1 ปี
c) กรมธรรม์ทุกประเภท 1 ปี
d ) กรมธรรม์ทุกประเภท 2 ปี
31) การบอกล้างสัญญาประกันชีวิต หมายถึงอะไร
a) บริษัทบอกล้าง เพื่อเป็นการยืนยันจากการที่สัญญาเป็นโมฆะ แต่เริ่มต้นให้เป้นการเลิกสัญญาโดยเด็ดขาด เมื่อรู้ว่ามีการปกปิดความจริงเกี่ยวกับสุขภาพ
b) บริษัทบอกล้าง เพื่อเป้นการบอกเลิกสัญญาที่สัญญาเป็นโมฆะ แต่เริ่มต้นให้เป็นการเลิกสัญญาโดยเด็ดขาด เมื่อรู้ว่ามีการทำสัญญาโดยฉ้อฉล
c) บริษัทบอกล้าง เพื่อเป็นการเลิกสัญญาในทุกกรณีตามเงื่อนไขในกรมธรรม์
d) บริษัทบอกล้าง เพื่อให้สัญญาประกันชีวิตที่สมบูรณ์มาแต่เริ่มต้นให้ไม่มีผลบังคับอีกต่อไป

32)ผู้เอาประกันภัยถูกผุ้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา บริษัทประกันภัยจะจ่าย
a) ไม่ต้องจ่ายเงินใด ๆ ตามสัญญา
b) จ่ายเงินเอาประกันภัย แก่กองมรดกผุ้เอาประกันภัย
c) คืนเงินไถ่ถอนกรมธรรม์ แก่ทายาทผุ้เอาประกันภัย
d) คืนเบี้ยประกันภัย แก่ทายาทผุ้เอาประกันภัย

33)การดำเนินการเกี่ยวกับการประกันวินาศภัยในขณะนี้ มีพระราชบัญญัติที่ใช้ควบคุมคือ
a) พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535
b) พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535
c) พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2510
d) ถูกทั้งข้อ ข. และ ข้อ ค.

34)บริษัทที่จะประกอบธรกิจประกันวินาศภัยได้ จะต้องได้รับอนุญาตจาก
a) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
b) นายทะเบียน
c) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี
d) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

35)นายทะเบียนตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 คือ
a) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
b) อธิบดีกรมการประกันภัย หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมการประกันภัยมอบหมาย
c) ผู้อำนวยการกองประกันวินาศภัย กรมการประกันภัย
d) ผู้อำนวยการกองนิติการ กรมการประกันภัย

36)บริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศ จะตั้งสาขาของบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศได้หรือไม่
a) ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต
b) ได้ โดยต้องได้รับใบอนุญาตจากปลัดกระทรวงพาณิชย์
c) ได้ โดยต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี
d) ไม่ได้

37)บริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งมิใช่สาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศจะเปิดสาขาได้ต้องได้รับใบอนุญาตจากใคร
a) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
b) นายทะเบียน
c) ปลัดกระทรวงพาณิชย์
d) อธิบดีกรมการประกันภัย

38)บริษัทซึ่งเป็นสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทย จะดำเนินการเปิดสาขาได้หรือไม่
a) ได้ โดยต้องได้รับอนุญาตให้เปิดสาขาจาอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
b) ได้ โดยต้องได้รับใบอนุญาตให้เหิดสาขาจากนายทะเบียน
c) ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ห้ามไว้
d) ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะบริษัทมีสิทธิกระทำได้
<
39)พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายที่ตรงขึ้นไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุม
a) สาขาของบริษัทประกันวินาศภัย
b) บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย
c) ตัวแทนประกันวินาศภัย และนายหน้าประกันวินาศภัย
d) ถูกทุกข้อ

40)บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยจะควบกับบริษัท หรือบริษัทมหาชนจำกัดอื่นได้หรือไม่
a) ได้
b) ไม่ได้
c) ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน
d ) ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
41) "ตัวแทนประกันชีวิต" ตาม พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 หมายถึง
a) ผู้ซึ่งชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท โดยกระทำเพื่อบำเหน็จเนื่องจากการนั้น
b) ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท
c) ผู้ซึ่งจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท
d) ผู้ชี้ช่องให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท

42)"นายหน้าประกันชีวิต" ตาม พ.ร.บ. ประกันชีวิตฯ หมายถึง
a) ผู้ซึ่งชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท โดยกระทำเพื่อบำเหน็จเนื่องจากการนั้น
b) ผู้ซึ่งบริษัทมอบหมายให้ทำการชักชวนให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท
c) ผู้ซึ่งจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท
d) ผู้ชี้ช่องให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัท

43)อธิบดีกรมการประกันภัยหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมการประกันภัยมอบหมาย ตาม พ.ร.บ. ประกันชีวิต พ.ศ. 2535 หมายถึงใคร
a) ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.
b) นายทะเบียน
c) ไม่มีข้อใดถูก
d) ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

44)"นายทะเบียน" หมายถึง
a) อธิบดีกรมการประกันภัย
b) ผู้ซึ่งอธิบดีกรมการประกันภัยมอบหมาย
c) ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
d) ไม่มีข้อใดถูก

45)ตาม พ.ร.บ ประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ได้กำหนดคุณสมบัติในเรื่องของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตอย่างไร
a) ต้องมีอายุ 15 ปี
b) ต้องมีอายุ 18 ปี บริบูรณ์
c) บรรลุนิติภาวะ
d) ไม่มีข้อใดถูก

46)นายแสง อายุ 25 ปี สัญชาติไทยมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศกัมพูชา ได้สอบความรู้เกี่ยวกับประกันชีวิตได้แล้วจึงมายื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต ดังนี้ นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตให้นายแสงได้หรือไม่เพราะเหตุใด
a) ได้
b) พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 มิได้กำหนดไว้
c) ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าผู้ขอจะต้องมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
d) ไม่ได้ เนื่องจากผู้ขอรับใบอนุญาติต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย

47)หากนายดำ ถูกศาลพิพากษาจำคุกถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดใดต่อไปนี้ จะทำให้ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต
a) ลักทรัพย์
b) ชิงทรัพย์
c) ยักยอกทรัพย์
d) ถูกทุกข้อ

48)ข้อใดต่อไปนี้เป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต
a) เป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
b) เคยเป็นบุคคลล้มละลาย
c) มีภูมิลำเนาในต่างประเทศ
d) ถูกทุกข้อ

49)ตัวแทนประกันชีวิตอาจได้รับมอบอำนาจจากบริษัทให้กระทำการใดต่อไปนี้
a) รับเบี้ยประกันภัย
b) ทำสัญญาประกันภัย
c) จ่ายเงินเอาประกันให้กับผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์
d) ถูกทุกข้อ

50)ผู้มีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต คือ
a) รัฐมนตรีว่าการประทรวงพาณิชย์
b) นายทะเบียน
c) ปลัดกระทรวงพาณิชย์
d) ไม่มีข้อใดถูก